ผีเปรต เป็นหนึ่งในอมนุษย์ ตามความเชื่อทางพุทธศาสนา และวิญญาณนิยมของไทย มีความผูกพันกับวิถีชีวิต คติชน และกุศโลบายในการสอนศีลธรรมมาอย่างยาวนาน คำว่า “เปรต” มาจากภาษาสันสกฤตว่า Preta (ประวัติ) หรือภาษาบาลีว่า Peta แปลว่า “ผู้ที่ละโลกนี้ไปแล้ว” หรือ “ผู้ล่วงลับ 1. ลักษณะของผีเปรตและประวัติความเป็นมา ตามคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา (เช่น ไตรภูมิพระร่วง) เปรตจัดเป็นหนึ่งใน อบายภูมิ 4 (ประกอบด้วย นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน) เปรตไม่ใช่ผีที่เที่ยวหลอกหลอนคนเพื่อความสนุก แต่เป็นวิญญาณที่กำลังชดใช้กรรมอันเกิดจากความโลภ ความตระหนี่ถี่เหนียว การด่าทอบิดามารดา หรือการทำลายของสงฆ์ ลักษณะเด่นโดยทั่วไป: มีรูปร่างสูงโปร่ง เท่าต้นตาล หรือสูงเสียดยอดไม้ ผอมแห้งจนเห็นซี่โครง ผิวหนังดำเกรียม ปากเท่ารูเข็ม ทำให้กินอาหารได้ยากลำบากมาก ต้องทุกขเวทนาจากความหิวโหยตลอดเวลา มือและเท้าใหญ่โตเท่าใบตาล มักส่งเสียงร้องหวีดแหลมในตอนกลางคืน (เสียงร้องดังก้องละล่วง) 2. ความเชื่อเรื่องผีเปรตในแต่ละภูมิภาคของไทย ความเชื่อเรื่องเปรตถูกผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นในแต่ละภาคอย่างกลมกลืน ดังนี้: ภาคกลาง มักยึดตามคติไตรภูมิพระร่วงและวรรณคดีพุทธศาสนา เปรตในภาคกลางมักจะเกี่ยวโยงกับ “การทุบตีบิดามารดา” หรือ “การด่าพระสงฆ์” คนภาคกลางเชื่อว่าเปรตจะชอบมาปรากฏตัวตามวัดวาอารามในคืนวันโกนหรือวันพระ เพื่อขอส่วนบุญจากญาติพี่น้องหรือผู้ใจบุญที่มาทำบุญ ภาคใต้ (ประเพณีสารทเดือนสิบ) ภาคใต้มีวัฒนธรรมเกี่ยวกับเปรตที่เข้มข้นที่สุดผ่าน “งานประเพณีบุญสารทเดือนสิบ” หรือ “ประเพณีชิงเปรต” * ความเชื่อ: ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ประตูนรกจะเปิดให้เปรต (ซึ่งเชื่อว่าเป็นบรรพบุรุษที่ล่วงลับและยังชดใช้กรรมอยู่) ขึ้นมาพบญาติเพื่อรับส่วนบุญส่วนกุศล และจะถูกเรียกตัวกลับในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 การปฏิบัติ: ชาวบ้านจะทำขนมเฉพาะกิจ เช่น ขนมลา (แทนเสื้อผ้า), ขนมพอง (แทนแพพาหนะ), ขนมกง (แทนเครื่องประดับ), ขนมบ้า (แทนสะบ้าไว้เล่น) นำไปวางที่ “หลาเปรต” (ร้านเปรต) เพื่อให้เปรตมารับ และมีพิธี “ชิงเปรต” โดยการนำของกินเหล่านั้นมาแบ่งปันกันหลังจากเสร็จพิธี เพื่อความเป็นสิริมงคล ภาคอีสาน (ประเพณีบุญข้าวประดับดิน และบุญข้าวสาก) ชาวอีสานมีความเชื่อคล้ายกับภาคใต้แต่จัดขึ้นในเดือน 9 และเดือน 10 บุญข้าวประดับดิน (เดือน 9): เป็นการทำห่อข้าวและอาหารคาวหวานไปวางไว้ตามโคนไม้หรือกำแพงวัดในตอนเช้ามืด เพื่อให้เปรตหรือญาติที่ล่วงลับที่ไม่มีใครทำบุญให้ (เรียกว่า เปรตไม่มีญาติ) มารับอาหาร บุญข้าวสาก (เดือน 10): เป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษโดยตรง มีการเขียนชื่อผู้ตายใส่ในสลากแล้วให้พระจับเพื่ออุทิศบุญ ภาคเหนือ (ประเพณีทานก๋วยสลาก หรือตานก๋วยสลาก) คล้ายกับบุญข้าวสากของภาคอีสาน เป็นการตระเตรียมจักสานชะลอมใส่ของกินของใช้ แล้วนำไปถวายพระสงฆ์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ รวมถึงสัมภเวสีและเปรตที่กำลังตกระกำลำบาก 3. วิธีเอาตัวรอดเมื่อพบเจอผีเปรต โดยธรรมชาติแล้ว เปรตเป็นผีที่น่าสงสารและน่าเวทนามากกว่าน่ากลัว เพราะพวกเขากำลังเสวยกรรม ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายมนุษย์โดยตรง (เว้นแต่จะโชคร้ายโดนเท้าเท่าใบตาลเหยียบ หรือโดนเปรตบางจำพวกที่ดุร้าย) หากพบเจอ มีวิธีปฏิบัติตนดังนี้: ตั้งสติและอย่าวิ่งหนีแบบตื่นตระหนก: เนื่องจากเปรตตัวสูงใหญ่ การวิ่งหนีในที่มืดอาจทำให้เราเกิดอุบัติเหตุเองได้ กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ทันที: หากในมือนมีน้ำ ให้ทำการกรวดน้ำแล้วตั้งจิตอธิษฐานว่า “ขอแบ่งปันผลบุญที่ข้าพเจ้าเคยทำมา ให้แก่ดวงวิญญาณที่อยู่ตรงนี้ ขอให้พ้นจากทุกขเวทนา” หากไม่มีน้ำ ให้ใช้การ “กรวดน้ำแห้ง” (ตั้งจิตอุทิศบุญโดยไม่ต้องใช้น้ำ) เปรตมาปรากฏตัวเพราะต้องการ “บุญ” เมื่อได้รั บก็จะจากไปเอง อย่าทักหรือด่าทอ: การไปด่าทอหรือพูดล้อเลียนรูปร่างของเปรต อาจทำให้วิญญาณโกรธ หรือเป็นการสร้างกรรมร่วมกันโดยไม่จำเป็น 4. คาถาและเครื่องรางที่ผีเปรตเกรงกลัว เนื่องจากเปรตเป็นสัตว์นรกประเภทหนึ่ง สิ่งที่พวกเขากลัวที่สุดไม่ใช่ความเจ็บปวดจากอาวุธ แต่คือ “อำนาจแห่งพระพุทธคุณ” และ “บุญบารมี” /// คาถาอาคม: บทสวดมนต์ไตรสรณคมน์ (พุทธัง สรณัง คัจฉามิ…): การระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จะสร้างเกราะกำบังจิตใจไม่ให้ความกลัวเข้าครอบงำ บทสวดกรณีเมตตสูตร (บทแผ่เมตตาใหญ่): เป็นบทที่เทวดาและอมนุษย์ทั้งหลายโปรดปราน เมื่อสวดบทนี้ เปรตจะสงบลงและได้รับกระแสความเมตตา ทำให้ไม่เข้ามาทำร้าย คาถาหัวใจเปรต (ทุ สะ นะ โส): ย่อมาจากคำว่า ทุจจริต (ทุ), สุจริต (สะ), นัตถิ (นะ), โสภณ (โส) เป็นคาถาที่เตือนสติเรื่องผลกรรม เปรตได้ยินจะสำนึกในกรรมและถอยห่างออกไป เครื่องรางของขลัง: พระพุทธรูปหรือพระเครื่องที่มีพุทธคุณสูง: โดยเฉพาะพระปางสมาธิ หรือพระรอด ที่เน้นเมตตามหานิยมและคุ้มครองป้องกันภัย ท้าวเวสสุวรรณ: เนื่องจากท้าวเวสสุวรรณเป็นจาตุมหาราชิกา ผู้ปกครองเหล่าอสูร ยักษ์ ภูตผีปีศาจ และเปรตทั้งปวง การบูชาหรือพกผ้ายันต์/รูปหล่อท้าวเวสสุวรรณ จะทำให้ผีเปรตเกรงกลัวในอำนาจอาญาสิทธิ์และไม่กล้าเข้าใกล้ น้ำมนต์ธรณีสาร: เป็นน้ำมนต์ที่ใช้แก้อาถรรพ์และขับไล่สิ่งอัปมงคล สามารถใช้ประพรมเพื่อป้องกันเขตแดนไม่ให้เปรตล้ำเข้ามาได้ https://th.wikipedia.org/wiki/เปรต Post navigation ประวัติความเป็นมาของ ผีกระหัง วิธีเอาตัวรอด พร้อมคาถาป้องกันผี ประวัติความเป็นมาของ นางตานี วิธีเอาตัวรอด พร้อมคาถาป้องกันผี