ผีแม่หม้าย (หรือ ผีแม่ม่าย) คือหนึ่งในความเชื่อ และตำนานพื้นบ้านไทย ที่มีความน่ากลัว และถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในเรื่องของการคร่าชีวิตชายฉกรรจ์ ในวัยเจริญพันธุ์อย่างกะทันหัน ซึ่งทางการแพทย์มักเชื่อมโยงกับ “โรคใหลตาย” (Brugada Syndrome) แต่ในทางไสยศาสตร์ และศรัทธาชาวบ้าน เชื่อว่าเป็นฝีมือของวิญญาณหญิงหม้าย ที่ออกตามหาพ้องเพื่อน หรือสามีในโลกวิญญาณ ประวัติและความเชื่อในแต่ละภูมิภาค ความเชื่อเรื่องผีแม่หม้าย แพร่กระจายอยู่ทั่วประเทศไทย แต่จะมีจุดเน้นและเรื่องเล่าที่แตกต่างกันไป ตามบริบทของท้องถิ่น ดังนี้ครับ ภาคอีสาน (ต้นตำรับความเชื่อ “ใหลตาย”) ภาคอีสานคือภูมิภาคที่ความเชื่อเรื่องผีแม่หม้ายเข้มข้นที่สุด มักเกิดกระแสข่าวโคมลอยหรือเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อมีผู้ชายในหมู่บ้านนอนหลับแล้วเสียชีวิตติดต่อกันหลายราย (โดยไม่มีอาการป่วยมาก่อน) ลักษณะความเชื่อ: ชาวบ้านเชื่อว่าผีแม่หม้ายเป็นวิญญาณหญิงสาว ที่มีความต้องการทางเพศสูง หรือเป็นวิญญาณที่เหงาและต้องการเอาผู้ชายไปอยู่ด้วยในเมืองผี เมื่อเธอถูกตาต้องใจชายใด ก็จะเข้าไปหาในความฝันเพื่อร่วมหลับนอน จากนั้นจะสูบเอาวิญญาณหรือ “ขวัญ” ของชายคนนั้นไป ทำให้ร่างกายภายนอกนอนหลับตายไปเฉยๆ ภาคเหนือ ในทางภาคเหนือมักเชื่อมโยงผีแม่หม้ายเข้ากับเรื่องของ “ผีตายท้องกลม” หรือ “ผีจะกละ” ในบางแง่มุม รวมถึงความเชื่อเรื่อง “ขวัญบิน” ลักษณะความเชื่อ: มักเชื่อว่าผีแม่หม้ายจะจำแลงกายเป็นหญิงสาวสวยสะคราญ คอยดักล่อลวงผู้ชายที่เดินทางผ่านป่าหรือทางเปลี่ยวในยามค่ำคืน เมื่อชายใดหลงกลเข้าใกล้ก็จะถูกควักหัวใจหรือสูบพลังชีวิตไปจนหมด ภาคกลางและภาคใต้ สำหรับภาคกลางและภาคใต้ ความเชื่อเรื่องผีแม่หม้ายอาจไม่รุนแรงเท่าภาคอีสาน แต่จะถูกผสมผสานไปกับความเชื่อเรื่อง “ผีพราย” หรือ “นางตะเคียน/นางตานี” ที่มีแรงพยาบาทต่อเพศชาย โดยมักเชื่อว่าผีเหล่านี้จะมาเอาชีวิตผู้ชายที่เจ้าชู้ ชอบผิดศีลข้อ 3 หรือผู้ชายที่ดวงตก วิธีเอาตัวรอดเมื่อเผชิญหน้า (หรืออยู่ในพื้นที่ระบาด) หากในหมู่บ้านหรือพื้นที่ของคุณกำลังมีข่าวลือเรื่องผีแม่หม้ายอาละวาด ชาวบ้านโบราณมีกลเม็ดเคล็ดลับในการ “ตบตา” และเอาตัวรอดดังนี้ครับ แต่งหน้า-ทาเล็บแดง (การพรางตัว): วิธีที่ฮิตที่สุดคือ ให้ผู้ชายแกล้งแต่งตัวเป็นผู้หญิงก่อนนอน ทาปากแดง ทาเล็บแดง หรือนุ่งผ้าถุง เพื่อหลอกผีแม่หม้ายที่บินมาตรวจตราว่าบ้านหลังนี้ “ไม่มีผู้ชายอยู่” มีแต่ผู้หญิง ติดป้ายประจาน (ตบตาเด็ดขาด): หน้าบ้านมักจะมีการเขียนป้ายตัวโตๆ แขวนไว้ว่า “บ้านหลังนี้ไม่มีผู้ชาย” (แม้ว่าในบ้านจะมีผู้ชายอยู่เต็มบ้านก็ตาม) เพื่อเป็นการปฏิเสธและไล่ผีแม่หม้ายให้ไปป้ายหน้า การแขวนปลัดขิกขนาดใหญ่: ชาวบ้านมักจะเหลาไม้เป็นรูปอวัยวะเพศชายขนาดใหญ่ ทาสีแดงที่ปลาย (เรียกว่า ปลัดขิกขี่ม้า หรือปลัดขิกยักษ์) แขวนไว้หน้าบ้านหรือรั้วบ้าน เชื่อว่าผีแม่หม้ายเห็นแล้วจะพึงพอใจและไปเสพสมกับปลัดขิกไม้แทน โดยไม่เข้ามาทำร้ายคนในบ้าน คาถาวิชาอาคมและเครื่องรางที่ผีแม่หม้ายกลัว เนื่องจากผีแม่หม้ายจัดอยู่ในกลุ่ม “ผีพราย” หรือ “วิญญาณสัมภเวสี” ที่มีฤทธิ์เดชจากแรงตัณหาและราคะ วิชาอาคมที่ใช้กำราบจึงมักเป็นคาถาทางด้านการคุ้มครอง และเครื่องรางที่มีรังสีพุทธคุณสายปราบ เครื่องรางของขลัง ปลัดขิก (ลงอักขระ): นอกจากปลัดขิกไม้ขนาดใหญ่หน้าบ้านแล้ว ปลัดขิกขนาดพกพาที่ปลุกเสกโดยเกจิอาจารย์ (เช่น หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก หรือ หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ) มีคุณสมบัติเด่นในการกันคุณไสยและภูตผีสายราคะได้ดีที่สุด ผ้ายันต์ท้าวเวสสุวรรณ: ท้าวเวสสุวรรณเป็นอธิบดีแห่งอสูรและภูตผีทั้งปวง การติดผ้ายันต์หรือห้อยเหรียญของท่านไว้ที่คอ จะทำให้ผีแม่หม้ายไม่กล้าเข้าใกล้รัศมีที่นอน ตะกรุดโทน มหาระงับ: เครื่องรางสายแคล้วคลาดและกำราบอัปมงคล ช่วยคุ้มครองดวงจิตยามนอนหลับไม่ให้หลุดลอยไปตามเสียงเรียก คาถาวิชาอาคม (สำหรับสวดก่อนนอน) หากรู้สึกระแวงหรือนอนคนเดียวในพื้นที่เสี่ยง แนะนำให้ตั้งนะโม 3 จบ แล้วสวด “บทสวดกรณีเมตตสูตร” (บทแผ่เมตตาให้เทวดาและภูตผี) หรือสวด “คาถาหัวใจเปรต” เพื่อให้วิญญาณเหล่านั้นสงบลง หรือใช้ คาพากันผี (หลวงปู่ดู่ วัดสะแก): “พุทธัง ไข ปะตูธัมมัง ไข ปะตูสังฆัง ไข ปะตู ปิดปะตูด้วย มะ อะ อุ นะโมพุทธายะ” Post navigation ผีเจ้าป่าเจ้าเขา ประวัติความเป็นมา พิธีเปิดป่า ของไหว้ ข้อห้ามในป่า ผีโขมด ประวัติความเป็นมา เครื่องรางของขลัง และคาถาป้องกันผี