ผีกองกอย เป็นผีตามความเชื่อปรัมปราของไทย (และสปป. ลาว) ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและน่ากลัว ไม่แพ้ผีชนิดอื่น โดยมักอาศัยอยู่ตามป่าลึกหรือถ้ำห่างไกลผู้คน นี่คือรายละเอียดเจาะลึกเกี่ยวกับผีกองกอยในทุกแง่มุมครับ ผีกองกอยคืออะไร และลักษณะเด่น ผีกองกอยมีลักษณะคล้ายลิง หรือค่างผสมมนุษย์ ตัวเล็กคล้ายเด็ก แต่บางตำราก็ว่ามีหน้าตาแก่ชรา ผมเผ้ายาวรุงรัง ตาแดงก่ำ ผิวหนังคล้ำซีด เอกลักษณ์สำคัญที่สุดคือ “มีขาเดียว” ไม่มีสะบ้าหัวเข่า ทำให้ไม่สามารถเดินเหมือนคนปกติได้ เวลาเคลื่อนที่จึงต้องใช้วิธี “กระโดดโหย่ง ๆ” ไปข้างหน้า พร้อมกับส่งเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ว่า “กองกอย ๆ” หรือ “จ๋องกอย ๆ” อันเป็นที่มาของชื่อผีชนิดนี้ ประวัติความเป็นมาและความเชื่อในแต่ละภูมิภาค ความเชื่อเรื่องผีกองกอยมีรากฐานร่วมกันคือเป็น “ผีป่าผีดง” แต่ในแต่ละภาคของประเทศไทยมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้ครับ ภาคอีสาน (และฝั่ง สปป. ลาว) เป็นภูมิภาคที่มีความเชื่อเรื่องผีกองกอยเข้มข้นที่สุด ชาวบ้านเชื่อว่าผีกองกอยคือผีป่าชนิดหนึ่ง หรืออาจเป็นชาติพันธุ์ลึกลับที่อาศัยอยู่ในป่าลึก (คล้ายพวกข่า ขมุ หรือก้อย) พฤติกรรมสุดสยอง: ผีกองกอยอีสานชอบแอบเข้ามาในหมู่บ้านหรือแคมป์ของพรานป่าในตอนกลางคืน เพื่อ “ดูดเลือดจากหัวแม่เท้า” ของคนที่นอนหลับ หากใครโดนดูดเลือดจนหมดตัวก็จะเสียชีวิต (คล้ายอาการไหลตาย) ภาคเหนือ ในบางพื้นที่ของภาคเหนือ มีความเชื่อที่คาบเกี่ยวกันระหว่าง “ผีกองกอย” กับ “ผีจะกละ” (หรือผีแมวป่า) ทางเหนือมักมองว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตกึ่งผีกึ่งสัตว์ป่า ที่ถูกเลี้ยงโดยผู้มีวิชาอาคมหรือพวกส่วย หมอผีจะเลี้ยงไว้เพื่อใช้ไปทำร้ายศัตรู หรือเฝ้าอาณาเขตป่า ภาคกลางและภาคใต้ ความเชื่อเรื่องผีกองกอยในภาคกลางมักถูกนำไปรวมกับ “ผีโป่ง” หรือ “ผีโป่งค่าง” ซึ่งเป็นผีป่าที่ชอบดูดเลือดและแปลงกายเป็นสัตว์ซากศพได้เช่นกัน โดยรวมแล้วคนภาคกลางและภาคใต้จะมองเป็น “ผีเจ้าป่าเจ้าเขา” ที่จะปรากฏตัวเมื่อมีคนไปลบหลู่ธรรมชาติ วิธีเอาตัวรอดเมื่อเผชิญหน้ากับผีกองกอย หากจำเป็นต้องไปนอนค้างอ้างแรมในป่าลึก และได้ยินเสียงกระโดด “กองกอย… กองกอย…” ใกล้เข้ามา วิธีเอาตัวรอดตามภูมิปัญญาชาวบ้านมีดังนี้: นอนไขว้ขาซุกในผ้าห่ม: เนื่องจากผีกองกอยชอบดูดเลือดที่หัวแม่เท้า วิธีป้องกันที่ง่ายที่สุดคือการนอนเอาเท้าไขว้กัน หรือนอนขดตัวแล้วสอดเท้าเข้าไปซ่อนไว้ในผ้าห่มให้มิดชิด หรือนอนล้อมวงเอาเท้าชนกันไว้ตรงกลาง ล้อมวงนอนบนแคร่ยกสูง: ผีกองกอยมีขาเดียวและไม่มีสะบ้าเข่า ทำให้มันกระโดดขึ้นที่สูงได้ลำบาก การนอนบนแคร่หรือเปลสนามที่ยกสูงจากพื้นจะช่วยให้ปลอดภัยขึ้น ก่อกองไฟล้อมรอบแคมป์: ผีป่าทุกชนิดรวมถึงผีกองกอยมักกลัวไฟและความร้อน การจุดไฟให้สว่างตลอดคืนจะช่วยสกัดไม่ให้มันกล้าเข้ามาใกล้ คาถาอาคมและเครื่องรางที่ผีกองกอยหวาดกลัว ผีกองกอยเป็นผีระดับล่าง (ผีป่าชั้นต่ำ) ไม่ใช่เทวดาหรืออสูรชั้นสูง จึงกลัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจพุทธคุณอย่างมาก: เครื่องรางของขลัง มีดหมอ (มีดปราบไพรี): โดยเฉพาะมีดหมอของเกจิอาจารย์สายป่าหรือสายกรรมฐาน แค่ชักออกจากฝัก ผีกองกอยก็จะไม่กล้าเข้าใกล้ หวายเสก / ด้ายสายสิญจน์: การทำพิธี “ล้อมสายสิญจน์” รอบบริเวณที่พักแรม เป็นเกราะป้องกันที่ผีป่าสยบยอม เครือเถาวัลย์หลง หรือ ว่านป้องกันภัย: พรานป่ามักพกพืชสมุนไพรที่มีฤทธิ์ทางอาคมเพื่อกันโป่งและกันผีป่า คาถาวิชาอาคม เมื่อได้ยินเสียงหรือสัมผัสได้ถึงสิ่งลี้ลับ ให้ตั้งนะโม 3 จบ แล้วสวดบทเหล่านี้: พระคาถาหัวใจพระอภิธรรม (สัง วิ ธา ปุ กะ ยะ ปะ): สวดท่องเพื่อขับไล่ภูตผีปีศาจ บทสวดขันธปริตร (สวดแผ่เมตตาให้สัตว์ป่าและอมนุษย์): “วิรูปักเขหิ เม เมตตัง เมตตัง เอราปะเถหิ เม…” บทนี้เป็นบทที่พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้พระธุดงค์สวดในป่า เพื่อป้องกันอันตรายจากอมนุษย์และสัตว์มีพิษทั้งหมดครับ https://th.wikipedia.org/wiki/กองกอย Post navigation ประวัติความเป็นมาของ นางตะเคียน วิธีเอาตัวรอด คาถาป้องกันผี ประวัติความเป็นมาของ ผีพราย วิธีเอาตัวรอด พร้อมคาถาป้องกันผี